คำเทศนา วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2019

หัวข้อ "เพราะรัก จึงกันแสง"

ยอห์น 11:35

ลูกา 19:41;13:34-35

 

ในพันธสัญญาใหม่ พระเยซูร้องไห้2ครั้ง แต่ที่น่าสังเกตคือ จะถูกโบยตีจนเลือดไหล ถูกมงกุฎหนามสวมตำศรีษะ ถูกตอกตะปูตรึงที่กางเขน พระองค์ไม่ได้ร้องไห้เลย แต่พระเยซูร้องไห้

1)ยน.11:33-35 คือเมื่อมาพบลาซารัสที่เสียชีวิตไปแล้วสี่วันพระองค์ร้องไห้ ตามความหมายของคำ

ว่าร้องไห้ในข้อที่ 35.ต่างกับข้อที่33. กล่าวคือข้อ33.เป็นการร้องไห้ของชาวยิวและนางมารีย์ ที่

ร้องไห้คร่ำครวญเสียงดังด้วยความโศกเศร้าเสียใจ แต่ ข้อ35. เป็นภาษากรีกที่ร้องไห้หมายถึงการร้อง

ไห้เงียบๆ จากส่วนลึกในใจจนน้ำตาไหล

ทำไมพระเยซูจึงร้องไห้ในที่นี้

 

ตั้งแต่มนุษย์ที่พระเจ้าสร้างด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เองตามพระฉายของพระองค์ด้วยความรักมุ่ง

หวังให้ครอบครองสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างและมีสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้าทั้งกาย ใจและวิญญาณ

อย่างมีความสุข สามารถสนธนาพูดคุยพบปะกับพระเจ้าได้ง่ายดาย  แต่เมื่ออดัมและเอวา ตกในการ

บาปเพราะการล่อลวงของมาร ความตายจึงเกิดขึ้น มนุษย์จึงอยู่ใต้การครอบครองของมาร

เพราะทุกคนเป็นคนบาปจึงเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า ห่างไกลจากพระเจ้า จนไม่รู้ว่าพระเจ้าที่แท้

จริงคือใคร และบึงไฟนรกคือที่อยู่นิรันดร์รออยู่ข้างหน้าในอนาคตเป็นที่เดียวกับที่พระเจ้าเตรียมไว้

สำหรับมารซาตาน เมื่อวาระสุดท้ายมาถึง

 

ดังนั้นเมื่อพระเยซูทรงเห็นลาซารัสที่พระองค์ทรงรักตายอยู่ต่อหน้า ทำให้สะกิดพระทัยถึงมนุษย์ที่เป็น

ฝีพระหัตถ์ของพระเจ้าที่ทรงสร้างด้วยความรักพบกับความตาย จึงทำให้เสียพระทัย และร้องไห้น้ำตา

ไหลจากส่วนลึกของจิตใจ

 

-วันนี้เรามีอิสระเสรีภาพมากเลือกที่จะเชื่อ เลือกที่ทำอะไรก็ได้ตามแต่จะตัดสินใจ

-เราทำให้ผู้ที่รักเราเสียใจและร้องไห้หรือไม่

-อย่าให้ผู้ที่รักเรา ผู้มีพระคุณต่อเราต้องตายลาจากไปก่อนแล้วค่อยสำนึก

-จงรักษาชีวิต จิตวิญญาณของเราติดสนิทกับพระเจ้าโดยองค์พระเยซูคริสต์เจ้าทุกวันทุกเวลา เพื่อเรา

จะไม่เป็นผู้ที่ตายและขาดจากพระเจ้าจนทำให้พระเยซูเสียพระทัยและต้องร้องไห้เพราะชีวิตของเรา

-หากพลาดพลั้งให้รีบกลับใจใหม่ก่อนที่จะหมดเวลาของชีวิต ก่อนที่จะสาย

 

 อีกครั้งที่พระเยซูทรงร้องไห้ ใน ลก.19:41-44

ทำไมพระเยซูเห็นกรุงเยรูซาเล็มแล้วร้องไห้

เยรูซาเล็มเป็นสัญลักษณ์นครของพระเจ้า เป็นที่ตั้งของพระวิหาร เป็นศูนย์กลางความสัมพันธ์ระหว่าง

ชนชาติอิสราเอลกับพระเจ้าในอดีต บรรพบุรุษตั้งแต่พระเจ้า นำพ้นจากการเป็นทาสออกจากอียิปต์โดย

โมเสสและถึงยุคโยชูวานำประชากรของพระองค์เข้าสู่แผ่นดินพันธสัญญา อิสราเอลที่ได้ชื่อว่าเป็น

ประชากรที่พระเจ้าเลือกสรรค์ให้เป็นประชากรของพระองค์ได้รับการอวยพร เลี้ยงดู ปกป้อง คุ้มครอง

พิทักษ์อารักขาอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ มักจะกบฏออกนอกทางพระเจ้าจนต้องถูกลงโทษ และเมื่อสำนึก

พระเจ้าทรงเมตตานำกลับมาให้ดีดังเดิม ดีได้ไม่นานก็ดื้อด้านออกนอกทางพระเจ้าอีกสลับอย่างนี้มาชั่ว

หลายอายุคนจนมาถึงยุคของกษัตริย์ดาวิด ที่สามารถรวมชนอิสราเอลประชากรของพระเจ้าเป็นหนึ่ง

เดียวได้สำเร็จ และสร้างนครเยรูซาเล็มเป็นศูนย์กลางและที่นมัสการพระเจ้า และในรุ่นลูกคือกษัตริย์ซา

โลมอนได้สร้างพระวิหารที่โอ่อ่าตระการตาเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า แต่ซาโลมอนผู้ฉลาดมีอำนาจมั่งมี

เกียรติเป็นที่ยอมรับทั่วโลกเวลานั้นก็ตกในการบาปที่ล่อลวงให้ออกนอกทางพระเจ้า จนในที่สุด

อาณาจักรเยรูซาเล็มก็ล่มสลายโดยบาบิโลน วิหารถูกเผาทำลายพังยับเยิน 

 

บทเรียนจากชีวิตซาโลมอนคือบาปเล็กๆที่มองข้ามคือก้าวแรกที่ละทิ้งพระเจ้า

บทเรียนที่สร้างปัญหามากที่สุดไม่ใช่บาปที่ทำไม่รู้ตัว แต่เป็นบาปที่หาข้ออ้างที่จะทำละเมิดต่อพระ

บัญญัติ ละเมิดพระคำพระเจ้าเพราะเห็นแก่ความพอใจตนเอง เห็นแก่สิ่งของทรัพย์สมบัติโดยไม่แยแส

ต่อน้ำพระทัยพระเจ้า ไม่สนใจพระประสงค์พระเจ้าที่ให้เขาเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ครอบครัวพังพินาศ

ก่อนนครเยรูซาเล็ม และพระวิหารจะพังเพราะไม่รู้จักบทบาทหน้าที่ที่พระเจ้าตั้งเราไว้ แล้วใช้ชีวิตอยู่ให้

เป็นตามพระเจ้าประทานให้ตามพระประสงค์ของพระเจ้า ไม่ใช่ตามใจเรา

 

-หมดไป 1 วัน ถ้าอยู่เป็นก็มีความสุขไป1วัน

-หมดไป 1 วันถ้าอยู่ไม่เป็นก็หมดโอกาสที่จะพบความสุขอีก1วัน

แต่ด้วยความรักของพระเจ้าต่อประชากรของพระองค์อีก60ปีต่อมาพระวิหารก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่แม้ไม่

สวยงาม ไม่งดงามเหมือนเดิมเท่ายุคซาโลมอน แต่พระเจ้าก็สถิตย์อยู่ด้วยและพระเยซูก็ทรงดำเนินใน

ลานพระวิหารนี้ด้วย

-วิหารแห่งนี้เป็นที่รวมของประชากรของพระเจ้าที่กระจายไปไกลแค่ไหนก็กลับมารวมเป็นหนึ่งเดียวใน

วิหารที่เยรูซาเล็มแห่งนี้อีกครั้ง  แต่ที่น่าเสียดาย อิสราเอลประชากรของพระเจ้าก็ยังต่อต้านไม่ยอมรับ

ผู้เผยพระวจนะ พระเมสสิยาห์พระคริสต์พระบุตรของพระเจ้า(ลก.13:34)

 

วันนี้ชีวิตเรายังมีด้านไหนที่ยังไม่ยอมกับพระเจ้าเหมือนยิวเหล่านี้บ้าง และต่อมาอีก 40 ปี หลังจากพระ

เยซูเสร็จภารกิจช่วยไถ่มนุษย์ทั้งโลกและเสด็จไปสู่สวรรค์เยรูซาเล็มและพระวิหารนี้ก็ถูกทำลายตามที่

พระเยซูได้พยากรณ์ไว้ล่วงหน้า นี่คือความสัมพันธ์ประชากรที่พระเจ้าเลือกคนของพระเจ้าที่ไม่ยอมรับ

พระเจ้าและต้องถูกทำลายไปกับพระวิหารและนครกรุงเยรูซาเล็ม ดังนั้นเมื่อพระเยซูเห็นกรุงก็เห็นถึงการณ์ทั้งปวงเหล่านี้ที่จะถูกทำลายจึงเสียพระทัยและร้องไห้

 

วันนี้เราทั้งหลายเป็นพระวิหารที่สถิตย์ของพระวิญญาณของพระเจ้า (1คร3:16) เราจะต้องรักษาชีวิต

ของเราซึ่งเป็นพระวิหารของพระเจ้าให้บริสุทธิ์ไม่มีบาปผ่านทางพระเยซูคริสต์เจ้าในชีวิตเราทุกวัน เดิน

บนพระคำอยู่ในพระหัตถ์ตามแผนการณ์พระประสงค์ของพระเจ้าเสมอไปเพื่อพระเยซูทอดพระเนตร

มองเห็นเราแล้วจะยิ้มยินดีไม่ได้ทำให้พระองค์เสียพระทัยและร้องไห้

 



 อ่านบทความย้อนหลัง