บทเรียนจาก กระจงผา
ศบ.

สุภาษิต 30:26 ตัว​กระจง​ผา เป็น​ประชากร​ที่​ไม่​มี​กำลัง แต่​มัน​ยัง​สร้าง​บ้าน​ของ​มัน​ใน​ซอก​หิน
อากูร์ ปราชญ์ผู้สอดรู้สอดเห็น พูดถึงสัตว์ 4 ชนิดที่ตัวเล็กแต่ ฉลาดเหลือ (1) มด ผู้รู้จักสะสมสำหรับอนาคต (2) ตั๊กแตน แมลงที่รู้ว่า “สามัคคีคือพลัง” (3) ตุ๊กแก ที่แทรกเข้าไปอาศัยได้ในทุกท้องที่ และ (4) กระจงผา ที่รู้จักอาศัยในที่ปลอดภัย ( สภษ. 30:24-28)

ผมมองว่าสัตว์ทั้ง 4 น่าจะเปรียบกับ “คริสตจักร” วันนี้จะขอพูดถึงสัตว์เพียงชนิดเดียว คือ “กระจงผา” ภาษาอังกฤษ เรียก Conies กระจงผา เป็นสัตว์สี่เท้า เท้าหน้ามีสี่นิ้ว เท้าหลังมีสามนิ้ว มีเล็บเหมือนกีบเท้า ตัวสีน้ำตาล กินพืชเป็นอาหาร มีขนาดเท่ากระต่าย มีหูกลมเล็ก ไม่มีหาง ชอบอยู่กันเป็นฝูง มันอาศัยอยู่ตามหินผา ปีนเขาหรือต้นไม้เก่ง พบได้ตั้งแต่หุบเขาทะเลตายไปจนถึงภูเขาเฮอร์โมน ปัญญาของตัวกระจงผาคือ การรู้จักตัวเองว่าอ่อนแอ และรู้จักป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากผู้ล่าโดยการหาที่อยู่ในซอกหิน ซึ่งทำให้ศัตรูยากที่จะเข้าถึงตัวมันได้ ดู สดุดี 104:18 “ภูเขาสูงเป็นของเลียงผาหินเป็นที่ลี้ภัยของตัวกระจงผา”

 

 

1. คริสตจักร คือชุมชนที่ไม่มีกำลัง
“ตัวกระจงผา เป็นประชากรที่ไม่มีกำลัง” (สภษ .30:26)
ภาษาอังกฤษใช้คำว่า feeble แปลว่าอ่อนแอ คือปกป้องตัวเองไม่ได้ “ฝูงกระจง อ่อนแอ” ผมก็แปลว่า คริสตจักรเป็น กลุ่มผู้เชื่อที่ไร้เขี้ยวเล็บ ปกป้องตัวเองไม่ได้ ตัวกระจงขุดรูหนีภัยไม่ได้เหมือนอย่างแย้ วิ่งไม่เร็วอย่างกระต่าย ไม่มีกระดอง ปกป้องตัวอย่างเต่า ไม่มีเขาไว้ขวิด หรือต่อสู้สัตว์อื่นอย่างวัว ไม่มีเขี้ยวเล็บอย่างเสือหรือหมี กระจงผาตกใจง่าย เมื่อมีศัตรูมามันหนี ได้อย่างเดียว พระคัมภีร์บรรยายว่า กระจง ไม่แข็งแรง ไม่มีกำลัง อย่างสิงห์ หรือนกอินทรีย์ ผู้เชื่อเป็นกลุ่มคนที่ไม่มีเรี่ยวแรงเผชิญศัตรู และอันตรายของผู้เชื่อคือ


1.1 การขู่ให้กลัว
ภัยของผู้เชื่ออันดับแรก คือ มารขู่ให้เราหวาดกลัว เปโตรกล่าวว่า “ศัตรูของท่านคือ มาร วนเวียนอยู่รอบ ๆ ดุจสิงห์คำราม เที่ยวไปเสาะหา คนที่มันกัดกินได้” (1 เปโตร 5:8) ผู้เชื่อ คือเป้าหมายของศัตรู มารต้องการขู่ให้เรากลัว ไม่มีใครพ้นจากการขู่เข็ญ ไม่ว่าเราจะเป็นคนหนุ่มหรือชรา เป็นผู้เชื่อใหม่ หรือเป็นผู้นำ กระจงเป็นสัตว์ที่ตกใจง่าย ง่ายที่ผู้เชื่อจะหวาดหวั่น เพราะการสร้างภาพหลอก ๆ ของศัตรู พระเยซูเตือนเปโตรว่า “ซาตานได้ขอพวกท่านไว้ เพื่อจะฝัดร่อนเหมือนฝัดข้าวสาลี แต่เราได้อธิษฐานเผื่อตัวท่าน เพื่อความเชื่อของท่านจะไม่ได้ขาด” (มัทธิว 22:31-32) เมื่อเปโตรนั่งอยู่ในบ้านของกายาฟา มหาปุโรหิตประจำการ ในบรรยากาศที่เขากำลังทำร้ายพระเยซู แค่ ผู้หญิงคนหนึ่งมาชี้ว่า “แกคือพรรคพวกของคนนั้น” เปโตรก็กลัวขี้ขึ้นหัว และปฏิเสธพระเยซู ครับ เราทั้งหลายเป็น “ตัวกระจงที่ไม่มีกำลัง”


1.2 การข่มเหง
มารใช้คนมาโจมตีผู้เชื่อ แหม! มันง่ายดี เพราะผู้เชื่อไม่ศอกกลับ ไม่สู้รบตบมือกับใคร ไม่โต้ตอบ เป็นกลุ่มคนที่ไร้พิษสงใด ๆ ไม่ฟ้องร้องที่ศาล ไม่ติดอาวุธ ไม่มีปืนผาหน้าไม้ ไม่แก้แค้นเมื่อถูกรังแก คริสตจักรคือ “ประชากรกระจงผาที่ไม่มีกำลัง” ตลอดประวัติศาสตร์คริสตจักร นับแต่หนังสือกิจการ คริสตจักรพบการข่มเหงเรื่อยมา สเตเฟน เป็นคนแรกถูกสภาสูงของยิวเอาหินขว้างถึงตาย เพราะเชื่อพระเยซู ต่อมายากอบ สาวก 1 ใน 3 ของพระเยซูถูกกษัตริย์เฮโรดตัดศีรษะ เปโตรถูกเฆี่ยนและขังไว้ในคุก ผู้เชื่อถูกตามล่ามาขังคุกหรือฆ่า ทั้ง ๆ ที่ คริสเตียนเหล่านี้ไม่โต้ตอบแม้แต่น้อย เมื่อจักรพรรดิเนโร ที่โรมเผากรุงตัวเองเล่น กลุ่มที่ถูกซัดทอดความผิดได้ง่ายดาย คือ “คริสเตียน” แล้วคนเหล่านั้นก็ตกเป็นจำเลยของแผ่นดินโดยไร้เหตุผล คริสเตียนถูกขังคุก ถูกนำมาให้สัตว์ร้ายกิน ผู้เชื่อทั้งหลายเป็น “ตัวกระจงที่ไม่มีกำลัง”

 

1.3 การล่อลวง
คริสตจักรอยู่ในโลกที่เดินสวนทางกับสังคม รอบตัวผู้เชื่อมีแต่อันตราย ที่ล่อลวงให้เรากลับไปทำผิด พระเยซูตรัสว่า “จงระวังตัวให้ดี เกลือกว่าใจของท่านจะล้นไปด้วยการดื่มเหล้าองุ่นมาก และด้วยการเมา ด้วยกังวลถึงชีวิตนี้”(ลูกา 21:34) เปาโลเตือนคริสตจักรโครินธ์ว่า อย่ามีใจโลภปรารถนาสิ่งชั่วเหมือนเขาเหล่านั้น อย่านับถือรูปเคารพ อย่าคบหญิงชั่ว อย่าลองดีกับพระเจ้า อย่าบ่น (1 คร. 10:6-10) สิ่งที่มารใช้ล่อลวงคนให้หลงในอดีต มันก็ยังใช้อยู่ในปัจจุบัน มารล่อลวงอาดัมอาวา พระเยซู ด้วยเรื่อง (1) กิน (2) กาม (3) เกียรติ อย่างไร มันก็ยังลวงเราทุกวันนี้ด้วยเรื่องเดียวกัน เหตุฉะนั้นคนที่คิดว่าตนเองมั่นคงดีแล้ว ก็จงระวังตัวให้ดี กลัวว่าจะล้มลง ( 1 คร 10:12) กระจงผา เป็นสัตว์ที่รู้ตัวดีว่าตนไม่มีอาวุธสู้ศัตรู หรือต่อต้านการทดลอง มันไม่มีกำลังครับ

2. คริสตจักร รอดปลอดภัยได้อย่างไร
“ตัวกระจงผา เป็นประชากรที่ไม่มีกำลัง แต่มันยังสร้างบ้านของมันในซอกหิน” (สุภาษิต 30:26)
กระจงผา รอดปลอดภัยได้อย่างไร เมื่อรู้ตัวว่าอ่อนแอ มันก็หาที่กำบังเข้มแข็ง พระเจ้าทรงประทานสัญชาติญาณ คือกฎลึกลับพิเศษเข้าไปในสัตว์ทุกชนิด ให้สัตว์ดำเนินชีวิตตามลักษณะที่พระองค์ทรงสร้างขึ้น สำหรับกระจงผา บ้านของมันคือซอกหิน “หินเป็นที่ลี้ภัยของกระจงผา” (สดุดี 104:18) กระจงผาไม่ถนัดอยู่ในป่า ในน้ำ ในทุ่งหญ้า หรือในที่ราบใด ๆ ที่เหล่านั้นไม่ปลอดภัยสำหรับมัน แต่ที่หน้าผา ซอกหิน หลืบผา เสือ หมี งู เหยี่ยว หรือแม้แต่พายุฝน ทำอันตรายมันได้ยากมาก
ที่ที่ปลอดภัยสำหรับผู้เชื่อทั้งหลาย คือ พระเยซู โมเสสเรียก พระเยซูว่า “พระศิลา” และกล่าวว่า “พระราชกิจของพระองค์ก็สมบูรณ์ มรรคาทั้งหลายของพระองค์ก็ยุติธรรม” (ฉธบ 32:4)


2.1 ไม้กางเขนคือ ศิลาลี้ภัย
เปาโลกล่าวว่า “พวกเขาได้ดื่มน้ำซึ่งไหลมาจากพระศิลา ที่ติดตามเขามา พระศิลานั้นคือพระคริสต์” ( 1 โครินธ์ 10:4) คนยิวได้น้ำดื่ม รอดตายในถิ่นทุรกันดารเพราะ น้ำที่ไหลมาจากศิลา เป็นภาพความรอดของคริสเตียนผู้วางใจในพระเยซู เรารอดจากการพิพากษา เพราะการกลับใจ มาเชื่อในพระเยซูคริสต์
ยิ่งกว่านั้น เรามีชัยชนะเหนือการทดลอง มั่นคงปลอดภัยได้เพราะวางใจพระองค์ทุกวัน วันต่อวัน



2.2 ล้มยักษ์ได้เพราะก้อนหินเล็ก ๆ
เมื่อดาวิดออกไปรบกับโกลิอัท ดาวิดไม่ได้คิดสู้กับยักษ์ชำนาญศึกด้วยหอก หรือดาบ แต่ต่อสู้ด้วยพระนามของพระเยโฮวาห์ ดาวิดใช้ก้อนกรวดเล็ก ๆ ใส่ในสลิง เหวี่ยงเข้าไปเจาะหน้าผากโกลิอัท ขุนศึกของฟะลิศเตีย ล้มตึงลงทันที แล้วดาวิดก็ใช้ดาบของศัตรูตัดศีรษะเขา ก้อนกรวดเล็ก ๆ ไม่มีราคาค่างวดอะไรกับศัตรู โกลิอัทเย้ยหยันดาวิดเสียด้วยซ้ำ มันไม่ใช่ก้อนกรวดหรอก พระเจ้า พระศิลาของกระจงผาต่างหาก ที่ล้มยักษ์ เปโตรเข้าใจผิด เมื่อเขามาจับพระเยซู เปโตรจะต่อสู้พวกเขาด้วยดาบ พระเยซูสั่งให้เปโตรเก็บดาบเสีย เราเป็นกระจงผา อาวุธของเราไม่ไช่เขา เขี้ยวหรือเล็บ แต่เป็นซอกผาต่างหาก เมื่อเราเผชิญปัญหา หนักเกินปัญญา ยากเกินกำลัง อย่าต่อสู้ด้วยกำลังของตนเอง แต่จงพึ่งพระเจ้า

2.3 งานสำเร็จเพราะ พึ่งพระศิลา
เมื่อเนหะมีย์ไปสร้างกำแพงที่เยรูซาเล็ม สันบาลลัท เยาะเย้ยคนยิวที่มาสร้างกำแพงว่า “พวกยิวที่อ่อนแอ เหล่านั้นทำอะไรกัน เขาจะซ่อมกันหรือ เขาจะทำสัตวบูชาหรือ เขาจะทำให้เสร็จในวันเดียวหรือ” โทบีอาห์ คนอัมโมนอยู่ข้างๆ ท่าน พูดว่า “เออ สิ่งที่เขากำลังสร้างอยู่นั้น ถ้าสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งวิ่งขึ้นไป มันจะพังกำแพงหินของเขาลงมา” (เนหะมีย์ 4:2-3) ครับ อากูร์ เรียก เราว่า “กระจงผา ที่ไม่มีกำลัง” สันบาลลัท เรียกยิวที่สร้างกำแพงว่า “ยิวที่อ่อนแอ” ถูกแล้ว ไม่มีกำลัง อ่อนแอ แต่โดยพระเจ้า เมื่อเนหะมีย์และประชาชนก่อกำแพงศิลาต่อไป ในที่สุดกำแพงก็สำเร็จใน 52 วัน งานสำเร็จเพราะเชื่อในพระเยซู

 

2.4 ปลอดภัยเพราะพึ่งพระศิลา
เมื่อซาอูลตามล่าดาวิด ดาวิดหนี ไม่มีที่ซุกหัวนอน ไม่มีแผ่นดินอยู่ ส่วนซาอูลผู้ตามล่าดาวิด มีราชวัง มีกองทัพ มีอาวุธยุทโธปกรณ์พร้อมมูล ดาวิดไร้กำลัง ไร้การปกป้องใด ๆ หาความมั่นคงไม่ได้ ผมเคยเขียนเรื่องนี้ แต่ดาวิดอยู่ภายใต้การปกป้องของพระเจ้าทุกวัน ตลอดเวลา 16 ปี ดาวิดไม่เคยพลาดท่าให้ซาอูลแม้แต่ครั้งเดียว ซาอูลเสียด้วยซ้ำ ดาวิดไว้ชีวิตเพราะพระองค์ยำเกรงพระเจ้า ไม่ต้องแตะต้องซาอูล ดาวิดกล่าวว่า “พระเจ้าทรงเป็นพระศิลา ป้อมปราการ และผู้ช่วยกู้ของข้าพระองค์ เป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ เป็นพระศิลาซึ่งข้าพระองค์เข้าลี้ภัยในพระองค์” (สดุดี 18:2)

2.5 คริสตจักรถูกสร้างบนพระศิลา พระเยซูตรัสกับเปโตรว่า บนศิลานี้เราจะสร้างคริสตจักรของเราขึ้น และพลังแห่งความตายจะมีชัยต่อคริสตจักรนั้นหามิได้” (มัทธิว 16:18) ความแข็งแกร่งของ กระจงผา ที่ไม่มีกำลัง หรือคริสตจักร อยู่ที่พระเยซู ครับ เอาเข้าจริง กระจงผา ที่ไม่มีกำลัง แต่สร้างบ้านในซอกหิน แข็งแกร่งยิ่งกว่าราชสีห์ที่พึ่งกำลังของตนเอง อาณาจักรโรมัน ที่มีกองทัพอันเกรียงไกร ข่มเหงคริสตจักรมาหลายศตวรรษ วันนี้พินาศสิ้น คงเหลือแต่ซาก แต่คริสตจักรเจริญเติบโตขึ้นทุกวัน
ครับ คริสตจักร คือ “กระจงผา ไร้กำลัง” ที่เติบโตไม่หยุด โตขึ้นในยุโรป ในอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ในอัฟริกา ในออสเตรเลีย และในเอเชีย เพราะคริสตจักรรู้จักสร้างบ้านในซอกหินแห่งพระคริสต์นั่นเอง อาเมน

 

 













 อ่านบทความย้อนหลัง