“โกรธเช่นนี้ ดีหรือ”

ศบ.
โยนาห์ 4:4 พระ​เจ้า​ตรัส​​ว่า “การที่​เจ้า​โกรธเช่นนี้ดีอยู่หรือ”
การโกรธมิได้เป็นบาปเสมอไป พระคัมภีร์ บันทึกว่า พระเจ้าทรงพระพิโรธ มากมายหลายครั้ง แต่พระพิโรธของพระเจ้านั้นชอบธรรม “พระเจ้าทรงสำแดงพระพิโรธของพระองค์จากสวรรค์ ต่อ “ความหมิ่นประมาทพระองค์ และความชั่วร้ายทังมวลของมนุษย์” (โรม 1:18) พระเยซูทรงพระพิโรธ ที่พวกปุโรหิตฉ้อโกงประชาชน ขายแพะแกะในพระวิหารเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง พระองค์ใช้แส้ขับไล่คนขาย และคนแลกเงิน พระองค์ตรัสว่า “นิเวศของเรา เขาจะเรียกว่านิเวศอธิษฐานสำหรับประชาชาติทั้งหลาย แต่เจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เป็นถ้ำของพวกโจร” (มก 11:17) พระพิโรธของพระเจ้ามีเหตุผล เป็นพระพิโรธที่บริสุทธิ์เสมอ
คราวนี้ โยนาห์โกรธโมโหฉุนเฉียว และพระเจ้าไม่ทรงพอพระทัย


ทำไม?
โยนาห์โมโห ที่ชาวนีนะเวห์กลับใจเสียใหม่ทั้งเมือง
ผมเล่าย้อนหลังสักหน่อย
โยนาห์เป็นผู้ประกาศ คือ ท่านถนัดออกไปชักชวนคนให้กลับใจใหม่ มาต้อนรับพระเยซู งานนี้ท่านทำได้ดี ท่านเข้าใจพระกิตติคุณดี คำพูดท่านน่าฟัง เวลาท่านเชิญชวนใครให้กลับใจใหม่ ท่านทำได้ดี น้ำเสียงของท่านโน้มน้าวให้คนเชื่อง่ายอย่างน่าประหลาด และผู้คนก็มักรับเชื่อ


แต่โยนาห์เป็นคนเลือกที่รักมักที่ชัง ซึ่งผู้ประกาศไม่ควรมีทัศนคติเช่นนี้ เรื่องของเรื่อง คือโยนาห์เป็นยิว ท่านไม่ชอบชาวนีนะเวห์ เพราะชาวนีนะเวห์เคยยกกองทัพมารบยิว รังแกยิว โยนาห์จึงเกลียดคนพวกนี้ โยนาห์คงไม่อาจอธิษฐานตามอย่างพระเยซู “ขอให้แผ่นดินของพระเจ้ามาตั้งอยู่” เพราะแผ่นดินของพระเจ้าสำหรับโยนาห์ ที่ไหนก็ได้ ยกเว้นชาวนีนะเวห์ เมื่อพวกเขาทำผิดทำบาป ถ้าพวกเขาถูกลงโทษพินาศกันไป โยนาห์คงชอบอกชอบใจ คริสเตียนทั้งหลาย หรือผู้ประกาศไม่ควรมีท่าทีอย่างนี้กับใครที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ รวมทั้งเพื่อนบ้านข้าง ๆเรา ที่ชอบแกล้งเรา หรือเพื่อนในที่ทำงาน ที่เคยด่าเราสาดเสียเทเสีย รวมทั้งคนต่างชาติที่เข้ามาอาศัยในแผ่นดินไทย เช่น ชาวพม่า ญวน ลาว เขมร คลอบคลุมไปถึง ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคยฉ้อราษฎร์บังหลวง หรือ คนต่างพรรคต่างพวกกับเรา ความคิด ของเรา อาจแตกต่างจากพระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงรักและห่วงใยคนเหล่านั้น แม้ว่าวันนี้ เขาจะเป็นคนไม่ดี
เออ! ถ้าเขาอยู่ของเขาไป และเราอยู่ของเราไป มันก็คงจะโอเค สำหรับโยนาห์ แกจะพินาศ พังพินไป ก็เรื่องของแก เราไม่เกี่ยว
แต่พระเจ้ากลับมาบัญชา โนอาห์ให้ไปประกาศกับชาวนีนะเวห์ ให้เขากลับใจใหม่ พระบัญชานี้ฝืนใจโยนาห์แท้ ตายไปยังไม่คิดจะเผาผี เรื่องอะไรไปนำไอ้พวกเลวๆ พวกนี้ให้กลับใจ ถ้าพวกมันถูกลงโทษคงสะใจ เรื่องอะไรไปช่วยให้มันพ้นโทษ พ้นจากการตกนรกหมกไหม้


ไม่น่าเชื่อน่ะครับ

ใจโยนาห์แตกต่างจากพระเจ้า และใจคริสเตียน อาจคิดต่างจากพระทัยพระเจ้า หน้ามือเป็นหลังมือ แล้วพระองค์จะใช้เราเป็นเครื่องมือได้อย่างไร พระเจ้ารักคนบาป แต่เราไม่รักเขา พระเจ้าอยากช่วยคนบาป แต่เราไม่อยากช่วยเขา พระองค์เป็นห่วง เศร้าพระทัย ไม่ปรารถนาให้เขาพินาศ แต่เราเฉย ๆ ไม่ทุกข์ไม่ร้อน ยังแถมแอบคิดลึก ๆ ว่า ถ้าจะให้ไปช่วยยิวด้วยกัน ช่วยพี่ ช่วยน้อง ช่วยญาติ ถึงไหนถึงกัน แต่ให้ไปช่วยคนพวกกะเลกะลาดพวกนี้ ตายเสียยังจะดีกว่า
คิดแล้ว โยนาห์ก็หนีพระเจ้า ลงเรือกำปั่นจะไปเมืองทารซิส ลงไปนอนใต้ท้องเรือเลย
ผมไม่เล่ายืดยาวน่ะ พระเจ้าให้มีพายุใหญ่พัดเรือลำนั้นเกือบล่ม คนในเรือ คิดว่าต้องมีใครสักคนในเรือลำนี้ หนีเจ้าฟ้ามาแน่ ๆ เจ้าฟ้าถึงได้ให้มีพายุใหญ่อย่างนี้ พวกเขาก็ชวนคนในเรือทั้งหมด มาจับฉลากหาตัว ที่เป็นต้นเหตุ ท่ามกลางพายุ ฉลากนั้น ตกกับโยนาห์เป๊ะเลย โยนาห์สารภาพ ว่าตนนี่แหละหนีพระเจ้ามา ให้จับตัวเขาโยนลงทะเล ฟังดูแล้ว กล้าหาญมากเลย แต่ไม่ใช่ โยนาห์คงคิดว่า หนีลงเรือไม่พ้น คราวนี้ ถ้าได้ตายรู้แล้วรู้รอดไป จะได้ไม่ต้องไปประกาศกับชาวนีนะเวห์ ถาวร เป็นนิตย์นิรันดร ตลอดกาลสืบไป
เยี่ยม! ถึงได้เต็มใจ ตายในทะเลไงล่ะ
หนีมนุษย์พอหนีได้ แต่หนีพระเจ้านี่ ยากแท้
พระเจ้าจึงได้ให้ปลาวาฬตัวใหญ่ กลืนโยนาห์เข้าไปทั้งตัว ไม่รู้ไปอยู่ในกระเพาะปลา ถุงลม หรือส่วนไหนของปลา แย่จัง ตายก็ไม่ตาย เหม็นก็เหม็น สบายก็ไม่สบาย สามวันแน่ะ โยนาห์กลับตัว คงบอกพระเจ้าว่า “โอ เค ไปประกาศก็ได้ อยู่ยังงี้ไม่ไหว” พระเจ้าทรงให้ปลาสำรอกโยนาห์ ออกมาที่ชายฝั่ง เขาเป็นผู้ประกาศที่ถูกพระเจ้าถือบังเหียนให้ไปรับใช้แท้ ๆ


การรับใช้พระเจ้า คริสเตียนและผู้รับใช้ทั้งหลาย ควรทำด้วยความเต็มใจ พระเจ้าใช้หุ่นยนต์ก็ได้ แต่พระองค์อยากใช้ลูกที่มีความรัก มีใจอย่างพระองค์ ไม่ใช่ให้พระเจ้าไขลาน บังคับ ควบคุม จับซ้ายหันขวาหัน ชักปาก เหมือนคนภาคใต้เขาเชิดหนังตะลุง คนเห็นเราไปประกาศอย่างนี้ก็คงแปลกใจอยู่แล้ว เขาคงคิดว่า ใครจ้างมา


แต่คราวนี้ เห็นแก่ชาวนีนะเวห์ที่กำลังพินาศ พระองค์ยอมใช้หุ่นยนต์โนอาห์ ป่าวประกาศบอกชาวเมือง
ผมบอกแล้วไง “โยนาห์กลับตัว จากท้องปลา แต่ยังไม่กลับใจ” ใจรักชาวเมืองนี้ไม่มีสักนิด ไม่ทราบว่าใครอยากได้คนงานพรรณนี้ไว้ใช้งานบ้าง ไม่ทราบบริษัทไหนอยากรับเป็นพนักงานบ้าง ไม่ทราบสามีภรรยาคู่ไหนอยากได้คู่ครองแบบนี้บ้าง ได้ตัวแต่ไม่ได้ใจ
ผมเล่าต่อ นีนะเวห์เป็นเมืองใหญ่พอ ๆกับกรุงเทพฯล่ะมั้ง เดินทางข้ามเมืองต้องใช้เวลา 3 วัน แต่แค่โยนาห์ป่าวประกาศไปเพียงวันเดียว ข่าวแพร่สะพัด คนกลับใจทั้งเมือง คำประกาศของโยนาห์มีประโยคเดียว เหมือนหุ่นยนต์ไง “อีกสี่สิบวัน นีนะเวห์จะถูกคว่ำ” “อีกสี่สิบวัน นีนะเวห์จะถูกคว่ำ” “อีกสี่สิบวัน นีนะเวห์จะถูกคว่ำ”


ครับ! คนกลับใจตั้งแต่กษัตริย์ จนถึงชาวเมือง เลิกชั่ว เลิกทำบาป ขอโทษพระเจ้า ผมคิดว่า พระทรงทราบจริง ๆ ว่า ในใจพวกเขาลึก ๆ เขาสำนึกว่ามันผิด เขาไม่มีความสุข แค่มีคนมาสะกิด กระตุ้นเขา บอกให้เขาทราบพระทัยพระเจ้า เท่านั้น พวกเขากลับใจเสียใหม่ทันที และพระเจ้า ก็ทรงกลับพระทัยไม่ลงโทษตามที่พระองค์ทรงตรัสไว้


คนอยากได้ใครสักคนมาช่วยสะกิด เตือน ชักนำ ให้เขาสำนึกว่าพระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้าง ทรงรักเรา โทษจะตามมา หากเราฝ่าฝืน พระเจ้าทรงมีพระเมตตาหากเราถ่อมใจ กลับใจใหม่เชื่อพระองค์ 

ตอนผมขายยาบริษัทแอสตรา ผมขายยาชาที่ชื่อว่า ไซโลเคน เป็นยาชาที่ครองตลาดสมัยนั้นกว่า เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ซุปเปอร์ไวเซอร์ที่เขาส่งเราออกไปขายเขามั่นใจมากในยาชาตัวนี้ เขาว่า ส่งพนักงานแบบไหนไปหาหมอ หรือหมอฟัน เขาก็ซื้อ ขอให้ไปเสนอขายก็แล้วกัน เพราะยาดี และเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางในวงการแพทย์ ผมคิดน่ะ เราขายไปไม่ได้กว้างไกล เพราะเซลแมนอาจขี้เกียจมากกว่า พระกิตติคุณก็เช่นเดียวกัน ดีปานนี้ ช่วยคนได้เฉียบขาดขนาดนี้ ถ้าใครได้รู้สรรพคุณ ใครก็อยากรับ แต่ที่มันไปไม่ได้เท่าที่ควร เพราะเราเองหรือเปล่า


ผมเล่าต่อ ชาวนีนะเวห์กลับใจ แต่โยนาห์ยังไม่กลับใจน่ะครับ แกจึงออกไปนั่งอยู่นอกเมือง คอยดูว่า เมืองนี้จะพินาศหรือไม่ ผู้ประกาศแบบนี้ก็มีด้วย ถ้าเป็นพนักงานบริษัท คงต้องเรียกตัว มาเข้าห้องผู้จัดการ
ครับ แล้ะพระเจ้าก็ทำกับโยนาห์ เรียกมาเข้าห้องนั่งคุยไง ที่ที่โยนาห์นั่งเฝ้าดูความพินาศของเมืองอยู่นั้นแดดมันร้อนเปรี้ยง โยนาห์เหงื่อไหลไคลย้อย พระเจ้าจึงทรงโปรดให้มีต้นละหุ่งต้นหนึ่งขึ้นมาบังร่ม บังแดดให้โยนาห์ โยนาห์ได้ร่มเงา เย็นสบาย โยนาห์ชอบใจกับต้นละหุ่งนั้น แล้วต่อมา พระเจ้าให้หนอนมากัดกินต้นละหุ่งนั้น จนมันเหี่ยวแห้งไป คราวนี้โยนาห์โกรธ พระเจ้าตรัสถามโยนาห์ว่า ที่เจ้าโกรธเพราะต้นละหุ่งนั้นเหี่ยวไป ถูกหรือ?


ต้นละหุ่งต้นเดียวที่พระเจ้าประทานให้มา และทรงเอามันไป โยนาห์ยังหวงมัน โมโหฉุนเฉียว เกรี้ยวกราด เวลามันตายไป ชาวนีนะเวห์ 120,000 คน ไม่รู้ซ้ายรู้ขวา ที่กำลังพินาศ โยนาห์กลับไม่เป็นหวงเป็นใย กลับโมโหไม่เป็นเป็น แปลว่าอะไร
พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่าโยนาห์กลับใจหรือไม่ เพราะพระธรรมโยนาห์จบลงตรงนี้ แต่มันเป็นบทเรียนกับเรา วันนี้ เราอาจห่วงรถ ห่วงบ้าน ห่วงเรือกสวนไร่นา ห่วงที่ดินทำมาหากิน ห่วงธุรกิจ สิ่งเหล่านี้อาจช่วยให้เรายิ้มได้ มีความสุข รื่นรมย์ พอเกิดอะไรขึ้นกับมัน เราก็โกรธ ร้องแรกแหกกระเชอ เอะ อะ โวยวาย อารมณ์ไม่ดี เราหวงมัน ลางทีอาจโทษพระเจ้าเสียด้วยถ้ามันซบเซาลง พระเจ้าคงจะถามเราเหมือนถามโยนาห์ว่า แล้วคนในนครนี้ที่ไม่รู้ซ้ายรู้ขวา เราเป็นห่วงเขาหรือเปล่า ราคาระหว่างต้นละหุ่ง กับ ชีวิตชาวเมืองแตกต่างกันมาก โยนาห์คงรักตัวเอง คิดถึงตัวเอง แต่ไม่รักชาวนีนะเวห์ อาการถึงออก อารมณ์ขึ้น เมื่อตัวเองเสียผลประโยชน์ โกรธอย่างนี้ ซิไม่เหมือนพระเจ้าทรงพระพิโรธ ตรงกันข้าม เราน่าจะโกรธอย่างพระเจ้า โกรธที่พระกิตติคุณถูกปิดบังไปจากสายตาคนไทย และโกรธที่การประกาศก้าวไปไม่ทันการ

 

ขอพระเจ้าอวยพระพร จบแล้วครับ


















Visitor 269

 อ่านบทความย้อนหลัง