วาระของพระเจ้า


ศบ.

 


กรุงเยรูซาเล็ม. ถือเป็นศูนย์กลางของโลก. ปาเลสไตน์ เป็นจุดรวมของ อัฟริกา อาเซีย และยุโรป. เป็นศูนย์กลางเหมาะสมที่สุด ในการเผยแพร่พระกิตติคุณ
นอกจากนั้น เวลาที่พระเจ้าจะส่งพระบุตรเข้ามาบังเกิดในโลก ถือว่าสถานการณ์ต่าง ๆ ของโลกตอนนนั้น เป็นวาระสุกงอมที่สุด เป็นช่วงน้ำขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสังคม เศรษฐกิจ ศีลธรรม หรือศาสนา เปาโลกล่าวว่า
“แต่​เมื่อ​ครบ​กำหนด​แล้ว​พระ​เจ้า​ก็​ทรง​ใช้​พระ​บุตร​ของ​พระ​องค์​มา ประสูติ​จาก​สตรี​เพศ​และ​ทรง​ถือ​กำเนิด​ใต้ธรรม​บัญญัติ” (กท 4:4)


1. การปกครองที่เอื้อการประกาศ
โลกสมัยนั้นรวมเป็นหนึ่งเดียว ซีซาร์ ประสบความสำเร็จ สำหรับคนชั่วอายุที่พระคริสต์เสด็จมา การรบราฆ่าฟันกันระหว่างชายแดนกับชายแดนหมดไป อาณาจักรโรมันไร้พรมแดน ไม่ต้องมีวีซาร์ ผ่านประเทศ ตั้งแต่ “แอตแลนติค” ถึง “ทะเลสาบแคสเปียน” ตั้งแต่ “อังกฤษ”ถึง “แม่น้ำไนล์”
การปกครองที่เอื้อการประกาศ 3 เรื่อง ดังนี้

1) โลกสงบสุข ถึงยุคชวนประกาศ
ถ้าพระเยซูเสด็จมา หนึ่งศตวรรษ ก่อนหน้านี้ การประกาศต้องถูกยับยั้ง ทุก ๆ ย่างก้าว ถ้าพระองค์เสด็จมา หนึ่งศตวรรษ หลังช่วงนี้ การต่อสู้กับคนป่าเถื่อน คงทำให้ประกาศยากเช่นเดียวกัน พระคริสต์เสด็จมาในช่วงที่โลกมีสันติ สงบ ไม่มีสงคราม ทำให้คนทั้งหลายได้ยิน เสียงทูตสวรรค์บรรเลง
เป็นบทเรียนกับเรา การเป็นพยาน กับใครในขณะที่เขาว้าวุ่น เหมือนหว่านเมล็ดพืชลงบนถนน มารก็มาฉกเอาพระวจนะไปเสีย คนมักมีสมาธิในการฟังพระกิตติคุณ ในเวลาสงบ เหมือนเมล็ดพืชที่ตกที่ดินดี


2) ถนนถูกก่อสร้าง เดินทางได้สะดวก
ตั้งแต่อาณาจักรฝั่งหนึ่งไปถึง อีกฝั่งหนึ่ง โรมใช้วิศวกรและแรงงานเป็นหมื่นเป็นแสนคนสร้างถนน โดยเจตนาเพื่อการเดินทัพของโรม สู่ทุกถิ่นที่ตนปกครอง ทำให้พันธกิจเคลื่อนไปได้อย่างรวดเร็ว ลุกลามราวกับไฟป่า
นี่ก็เป็นบทเรียนเช่นกัน ปกติ ระหว่างคนฟังกับเรา มีช่องว่างระหว่างเขากับเราอยู่เสมอ การนำพระกิตติคุณไปถึงเขา จำเป็นต้องทอดสะพาน อันได้แก่ การผูกมิตร การเอื้ออาทร การรับส่ง เหมือนโรมันสร้างทางให้ผู้ประกาศ


3) มีภาษาสากล ทุกคนฟังได้
ถ้าไม่มีภาษากลางที่คนแต่ละชาติสื่อสารกันรู้เรื่อง มิชชั่นนารี คงจะประกาศกับคนต่างถิ่นได้อย่างล่าช้าที่สุด เพราะต้องใช้ล่ามแปล แต่กำแพงภาษาถูกทำลายลง ในสมัยนั้น ชาวพื้นเมืองในท้องถิ่นต่าง ๆ กลายเป็นคนรู้สองภาษา ภาษาแรกคือภาษาท้องถิ่นของตน และอีกภาษาคือ ภาษากรีก เพราะอเล็กซานเดอร์ ยุคก่อนหน้านี้ เผยแพร่ภาษากรีกไปทั่วดินแดนที่ตนรบชนะ เปาโลสามารถประกาศ กับคนที่กาลาเทีย และที่เอเธนส์ ที่เสปน และที่กรุงโรม โดยใช้ภาษากรีก อันเดียวกัน เหมือนโลกทุกวันนี้ รู้ภาษาอังกฤษ
บทเรียนของเราคือ
การพูดให้ผู้ฟังเข้าใจ ด้วยภาษาเดียวกัน การใช้ภาษาง่าย ๆ การใช้ศัพท์ชาวบ้าน เป็นวิธีของพระเยซู พระองค์ตรัสว่า เมล็ดพืชที่ตกที่ดินดี คนพระวจนะที่คนฟังแล้วเข้าใจ จึงเกิดผล 30 เท่า 60 เท่า 100 เท่า

นี่คือการเตรียมหนทางเพื่อการเสด็จมาของพระเยซู


2 ด้านเศรษฐกิจก็เหมือนกัน
ยิ่งคนจนหนัก ยิ่งผลักเขามาหาพระผู้ช่วย
เบื้องหลังของโลกที่กำลังศิวิไล และฟุ่มเฟือยนั้น มีคนยากคนจนเต็มไปหมด สองในสามของคนที่บนถนนในกรุงโรม เป็นทาส ขณะที่คนหลงใหลสินค้าและทรัพย์ ใจทาสกำลังขบถอยู่ภายใน ซีซาร์กำลังพบวิกฤติเศรษฐกิจ ในปาเลสไตน์ก็เช่นกัน เฮโรด กษัตริย์หุ่นของโรม ขูดรีดประชาชนด้วยการเก็บภาษี ผู้คนกังวลว่าพรุ่งนี้จะกินอะไร และสุดทางของมนุษย์คือโอกาสของพระเจ้า แน่นอนนี่คือการปูทางให้พระคริสต์เสด็จมา
พระเยซูตรัสว่า “คนที่กำลังมั่งคั่ง” เข้าสวรรค์ยาก เหมือนอูฐลอดรูเข็ม เมื่อคนเรามาถึงทางตัน ลำบากยากแค้น มักเป็นโอกาสให้เขาพบพระเจ้าง่ายขึ้น

3. ศีลธรรมเสื่อม คนเลื่อมใสพระเจ้า
โลกตกต่ำลงอย่างหนัก อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ฟังเปาโลบรรยาย “พวก​ผู้หญิง​ของ​เขา​ก็​เปลี่ยน​จาก​การ​สัมพันธ์​ตาม​ธรรมชาติ ให้​ผิด​ธรรมชาติ​ไป … ผู้ชาย​กับ​ผู้ชาย​ด้วย​กัน​ประกอบ​กิจ​อัน​ชั่ว​ช้า​อย่าง​น่า​ละอาย ….​เขา​มี​ใจ​ชั่ว​และ​ประพฤติ​สิ่ง​ที่​ไม่​เหมาะสม​ พวก​เขา​เต็ม​ไป​ด้วย​สรรพ​การ​อธรรม ความ​ชั่ว​ร้าย ความ​โลภ ความ​มุ่ง​ร้าย ความ​อิจฉา​ริษยา การ​ฆ่า​ฟัน การ​วิวาท การ​ล่อลวง การ​คิดร้าย พูด​นินทา​ ส่อเสียด เกลียด​ชัง​พระ​เจ้า เย่อหยิ่ง​จองหอง อวด​ตัว ริ​ทำ​ชั่ว​แปลกๆ ไม่​เชื่อ​ฟัง​บิดา​มารดา​ โง่​เขลา กลับ​สัตย์ ไม่​มี​ความ​รัก​กัน ไร้​ความ​ปรานี”​ ( โรม 1:26-31)

นี่คืองานของมาร ที่ล่อลวงให้คนจมปลักในบาป และรับผลพวงที่เจ็บแสบที่สุด แต่ก็เป็นโอกาสให้เขาคิดถึงพระเจ้า ถ้าบุตรน้อยไม่หิวโหย ในคอกหมู เขาคงไม่สำนึกและกลับบ้าน

 


4. ศาสนา_มิอาจพึ่ง ดึงคนมาหาคำตอบ
รูปเคารพ มากมายจากตะวันออก ถูกนำมาประดิษฐานในวิหารของกรีก เป็นพระที่ช่วยใครไม่ได้ อีกด้านหนึ่ง ซีซาร์ถูกยกย่องเป็นเทพ ให้คนบูชา ทั้ง ๆที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าพระองค์มั่วสุมในกิเลสแค่ไหน วิหารของยิวเอง ก็มีมหาปุโรหิตที่ฉ้อราษฎร์บังหลวง คดโกงประชาชน ไม่แปลกที่เมื่อยอห์น ผู้ให้บัพติสมา ประกาศในถิ่นทุรกันดาร ผู้คนจึงแห่กันไปหาท่าน
เปาโล เตือนเราว่า “ระวังให้ดี อย่าให้ใครตกเป็นเหยื่อด้วยหลักปรัชญา และตามคำล่อลวงอันเหลวไหล ตามตำนานของมนุษย์ ตามภูตผีปีศาจของจักรวาล ไม่ใช่ตามพระคริสต์” (โคโลสี 2:8)

ในสภาพทั้งหมดนี้ พระเจ้าส่งพระบุตรของพระองค์เข้ามาในโลก เข้ามาวันคริสตมาส ที่หมู่บ้านเบธเลเฮ็ม ในปาเลสไตน์ จุดศูนย์กลางของ 3 ทวีป ทำให้พระกิตติคุณเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ในศตวรรษแรก ๆ และปัจจุบัน
จงจำไว้ว่า พระองค์ทรงทราบว่าวาระใดดีที่สุด สำหรับการกระทำสิ่งยิ่งใหญ่เพื่อเรา ให้เราไว้วางใจในพระองค์

ขอพระเจ้าอวยพระพร














Visitor 78

 อ่านบทความย้อนหลัง